น้อย อินทนนท์
หมวดหมู่ : Book ,  วรรณกรรมไทย , 
Share
“ล่องไพร” ครองความยิ่งใหญ่ เป็นขวัญใจแฟนๆ มานานหลายปี โด่งดังชนิดที่ไปถามคนที่เดี่ยวนี้อายุ ๕๐ ปีขึ้นไป ไม่มีใครที่ไม่รู้จักหรือลืมเลือนพฤติการณ์ของกระทิงร้ายอย่าง “ไอ้เก” ช้าง “งาดำ” และความอับโชคของ พะสะอู “มนุษย์นาคา” อย่างไลสง “ป่าช้าช้าง” ของ ดิเรก “ตุ๊กตาผี” หรือ “มนุษย์หิมพานต์” ฯลฯ จากนั้น น้อย อินทนนท์ ก็สร้างนิยายผจญภัยในไพรพฤกษ์เรื่องใหม่ โดยตั้งใจจะให้เป็นของขวัญแก่เยาวชนนักอ่านโดยเฉพาะ
นิยายเรื่องนั้นคือ “ลูกไพร” ที่ท่านกำลังถืออยู่ในมือขณะนี้นั่นเอง แม้จะเป็นการเผชิญภัยของเด็กๆ และมีขนาดความยาวเพียงตอนเดียวจบ แต่ความสนุกของ “ลูกไพร” ก็มิได้ด้อยไปกว่า “ต้นแบบ” อย่าง “ล่องไพร” แม้แต่น้อย ตัวเอกในเรื่องอย่าง “นายน้อย” หรือ “แสน” ก็คือตัวแทนของ “ลูกกรุง” ทั้งหลาย ในขณะที่ “เขิ่ง ก็เปรียบเสมือน “ลูกไพร” หรือลูกป่าลูกดงทั่วไปนั่นเอง
แม้จะไม่เก่งกาจขนาด “ตาเกิ้น” พรานใหญ่ใน “ล่องไพร” เพราะวัยและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน แต่ในฐานะลูกพรานผู้เกิดและเติบโตมาในป่าเป็นเวลาช้านานตามสมควร ทำให้ “เขิ่ง” มีความสามารถพอตัวในการดำรงชีวิตในป่า รวมทั้งพา “นายน้อย” ของแกให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวงอย่างน่าตื่นเต้น แม้จะเป็นเพียงเด็กในวัยเล็กขนาดนั้น
ผู้เขียนคงไม่คาดฝันมาก่อนว่า ทั้ง “ตาเกิ้น” ใน “ล่องไพร และ “เจ้าเชิ่ง” ใน “ลูกไพร จะกลายมาเป็นมนุษย์จริงๆ ที่มีชีวิตมีเลือดเนื้ออย่างในปัจจุบัน เพราะเมื่อข้าพเจ้าเอามาตั้งเป็นชื่อเล่นให้ลูกชายคนโตและคนรองตามลำดับนั้น เป็นเวลาที่ “คุณปู่” ของทั้งสองคนล่วงลับไปนานแล้ว โดยที่ทั้งปู่และหลาน ต่างฝ่ายต่างไม่มีโอกาสพบหน้าค่าตากันเลยในชีวิตจริง
นอกจากเป็นอนุสรณ์ให้ตัวละครในนิยายผจญภัยบริสุทธิ์ทั้งสองเรื่อง ซึ่งข้าพเจ้ารักมาก แม้จะมิใช่เรื่อง “ดีที่สุด” ของพ่อ ข้าพเจ้ายังหวังจะให้ทั้ง “เกิ้น” และ “เขิ่ง” เติบโตขึ้นมาด้วยความรักในป่าดุจเตียวกับตัวละครทั้งสอง แม้ปัจจุบันแทบจะไม่เหลือป่าไว้ให้รักสักเท่าใดนักก็ตาม